Skip to content
Home » ไพ่แบล็คแจ็ค หรือเกมไพ่ 21 เล่นยังไง

ไพ่แบล็คแจ็ค หรือเกมไพ่ 21 เล่นยังไง

ไพ่แบล็คแจ็ค

ไพ่แบล็คแจ็ค คือ เกมไพ่ที่นักพนันเรียกเกมไพ่ว่า เกมไพ่ 21 เป็นเกมไพ่ที่ได้รับความนิยมในบ่อน คาสิโน ทั่วทุกมุมโลก ปัจจุบันสามารถเล่นได้ในรูปแบบ คาสิโนสด และ คาสิโนออนไลน์  ไพ่แบล็คแจ็ค  เป็นเกมไพ่ที่เล่นเดิมพันง่าย โดยการใช้ไพ่ทั้งหมด 52 ใบ หนึ่งสำรับหรือมากกว่านั้น ผู้เดิมพันคนใดคนหนึ่งได้คะแนนรวมทั้งหมดใกล้เคียง 21 แต้มมากที่สุด และต้องไม่เกิน 21 แต้ม จะเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าหากว่าได้แต้ม 21 แต้มพอดี ถือว่าเป็นแต้มสูงที่สุดของเกมไพ่แบล็คแจ็ค ต้นกำเนิดมาจากที่ไหนยังไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากยังพบหลักฐานหรือบันทึกใดๆที่แน่ชัด แต่คนส่วนใหญ่เชื่อว่า เกมไพ่21 หรือไพ่แบล็คแจ็ค มีการเล่นครั้งแรกก่อนปี 1700 หรือมีความเป็นมายาวกว่า 4 ทศวรรษนั่นเอง ถือว่ามีประวัติที่ยาวนานมาแล้ว นับตั้งแต่นั้นก็เป็นที่นิยมตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

กติกาเกมไพ่แบล็คแจ็ค

หลังจากแจกไพ่ครบ ทุกคนสามารถจั่วไพ่ ได้ไม่จำกัดครั้ง จั่วให้แต้มของคุณครบ 21 หรือได้แต้มที่พอใจ หรือแต้มเกิน 21 ก็จะหมดสิทธิ์จั่วทันที และ ไพ่แบล็คแจ็คเป็นเกม การเล่นของลงเดิมพันกับเจ้ามือ แต้มของเดิมพันคนอื่นบนโต๊ะ ไม่ส่งผลต่อไพ่ผู้เดิมพันนั้นเอง ผู้เล่นมือใหม่หลายๆคนอาจจะยังไม่เข้าใจ รายละเอียดเกมไพ่ 21 หรือ เกมไพ่แบล็คแจ็ค เพราะตัวเกมไพ่ 21 เองมีรายละเอียดซับซ้อนมากกว่าเกมไพ่อื่นๆ

การนับแต้ม

  • ไพ่ตั้งแต่ 2 – 10 จะนับแต้มตามหน้าไพ่
  • A จะมีแต้มเท่ากับ 1 แต้ม
  • ไพ่ K Q J มีแต้มเท่ากับ 10 แต้ม
  • นับแต้มทั้งหมดที่ถือได้ 21 นั้นคือ ไพ่แบล็คแจ็ค

การแยกไพ่

หากไพ่ในมือของผู้เดิมพันนั้น มีค่าเท่ากันสองใบแรกหรือไพ่คู่ เช่น 3,3 4,4 ผู้เดิมพันสามารถเลือก แยกไพ่ออกเป็นสองมือได้ โดยการเงินวางเดิมพัน จะต้องเท่ากับเงินเดิมพันหลักของผู้เดิมพันเอง เช่นหากผู้เดิมวางเงินเดิมพันหลัก 100 เวลาที่ผู้เดิมแยกไพ่ นั้นผู้เดิมพัน จะต้องวางเงินเดิมพันนั้น ให้เท่ากับเงินเดิมพันหลักนั่นเอง และเมื่อผู้เดิมพันแยกไพ่แล้ว ผู้เล่นก็จะสามารถเล่นได้ตามปกติ

กฏของไพ่แบล็คแจ็ค

  • ในคาสิโนมักจะมีเจ้ามือการพนัน (ผู้รับผิดชอบกระบวนการเกมและแจกจ่ายเงินเดิมพัน) ดังนั้นในเกมเหล่านี้เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้เข้าร่วมซึ่งเป็นตัวแทนของธนาคารแน่นอน
  • ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่จะพบโต๊ะที่มีผู้เดิมพันสูงสุด 7 คน แต่ที่จริงแล้วตามกฎทั่วไปควรจะมี 5 คนสูงสุดด้วย วิธีนี้จะถือว่าเป็นการเล่นที่ยุติธรรมที่สุด
  • เจ้ามือไม่สามารถตัดสินใจขอไพ่ใบอื่นได้หากเขามีแต้มในมือ 17 แต้มขึ้นไป ในกรณีนี้เขาต้องยืน (เก็บไพ่ที่เขามีโดยไม่ต้องขอเพิ่ม)
  • หากเจ้ามือมี A อยู่ในมือจะมีค่า 11 แต้ม แต่ถ้าเขามีแต้มมากกว่า 21 แต้มในมือจะนับเป็น 1 แต้มทันที
  • ผู้เดิมพันสามารถเพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่า โดยมีเงื่อนไขว่า เขาจะได้รับไพ่เพิ่มอีกหนึ่งใบและเพิ่มในมือของเขา
  • มีความเป็นไปได้ที่จะมีประกันสำหรับการเดิมพัน ในกรณีนี้ผู้เดิมพัน ว่าเจ้ามือการพนันจะได้รับ ดังนั้นหากเขาทำสำเร็จ เขาจะต้องจ่ายเงินให้ผู้เดิมพัน เป็นสองเท่าของมูลค่าเดิมพันของเขา
  • หากผู้เดิมพันถือไพ่ที่ตรงกันสองใบ เขาจะต้องแยกมือ และ จะมีการเดิมพันสองครั้งที่มีมูลค่าเท่ากันกับการเดิมพันหลัก

ไพ่แบล็คแจ็ค แต่ละประเภท 

มีหลายประเภท เรียกอีกอย่างว่า รูปแบบการเล่นและขึ้นอยู่กับว่าใครตัดสินใจเล่นอาจมีรูปแบบบางอย่างในระหว่างเกม

  • แบล็คแจ็คคลาสสิก

ในรูปแบบนี้เจ้ามือการพนันมีหน้าที่ เริ่มเกมด้วยไพ่และผู้เล่นสามารถเลือกประกันการเดิมพันได้

  • แบล็คแจ็คอเมริกัน

การเริ่มต้นต้องมาจากเจ้ามือเช่นกัน แต่ในกรณีนี้เขาต้องแสดงไพ่ใบแรกและถ้าเป็น A หรือ 10 เขาจะต้องแสดงไพ่ใบที่สองด้วย หากมีสิ่งนี้คุณจะได้รับ เกมจะจบลงและหากผู้เล่นคนอื่น มีพวกเขาเก็บเดิมพันของพวกเขาและคนอื่น ๆ แพ้

  • แบล็คแจ็คยุโรป

ในการเล่นประเภทนี้เจ้ามือการพนันหรือเจ้ามือตามที่ทราบกันดีจะต้องแสดงไพ่ของตนเสมอ

  • แบล็คแจ็คลูกกลิ้งสูง

ผู้เชี่ยวชาญของแง่นี้พวกเขาทำการเดิมพันที่ยิ่งใหญ่และเสี่ยงที่สุด หนึ่งในเกมเหล่านี้ควรดูเป็นครั้งคราว

  • แบล็คแจ็คแอตแลนติกซิตี

เกมประเภทนี้หมายถึงเมืองของสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจน ประกอบด้วยการที่ผู้เข้าร่วมจะสามารถเพิ่มเงินเดิมพัน เป็นสองเท่าและรับไพ่เพิ่มอีกหนึ่งใบและยังสามารถแบ่งได้ถึง 3 ครั้งหากจำเป็น แต่ตัวเลือกนี้จะหายไปหากเขามี A หนึ่งใบหรือมากกว่านั้นอยู่ในมือ

วิธีเล่นเกม ไพ่แบล็คแจ็ค

  1. ในแต่ละโต๊ะที่กำหนดไว้สำหรับการเดิมพัน เริ่มต้นด้วยการกำหนดจำนวนเงินเดิมพันสูงสุด และต่ำสุดก่อนที่จะเริ่มรอบ 
  2. ขนาดการเดิมพันถูกกำหนดโดยการกดหรือคลิกที่มูลค่าของไพ่หรือชิปแต่ละใบ
  3. หลังจากนี้ผู้เข้าร่วมแต่ละคนจะต้องได้รับไพ่สองใบพวกเขาจะต้องหงายหน้า
  4. ธนาคารจะต้องได้รับไพ่หนึ่งใบหรือสองใบ (ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่คุณตัดสินใจเล่น)
  5. นี่คือเวลาที่เราต้องเริ่มทำคะแนนและพยายามเอาชนะธนาคาร (ผู้เดิมพันไม่ควรเห็นผู้เล่นคนอื่นเพราะศัตรูคนเดียวของผู้เดิมในการเล่นคือธนาคาร)
  6. ผู้เดิมพันต้องทำคะแนนให้มีมูลค่ามากกว่าธนาคารเสมอตราบใดที่ผู้เดิมไม่เกิน 21 คะแนน
  7. หากธนาคารเกิน 21 คะแนนคุณจะชนะโดยอัตโนมัติแม้ว่าคะแนนของคุณจะต่ำกว่า 21 ก็ตาม
  8. หากผู้เดิมถึง 22 แต้มขึ้นไปผู้เดิมพันจะแพ้เดิมพันใด ๆ (เรียกว่า: การล้มละลาย)
  9. หากคุณต้องการไพ่เพิ่มเพื่อให้ได้คะแนนที่คุณต้องการผู้เดิมพันสามารถขอไพ่และทำมือให้สำเร็จ
  10. ธนาคารก็ทำได้เช่นกันในกรณีที่ต้องการจดหมาย

คำศัพท์ที่ใช้ในเกม ไพ่แบล็คแจ็ค

คำศัพท์ที่มักจะถูกในเกมไพ่แบล็คแจ็ค ยิ่งถ้าผู้เดิมพันเล่นกับคาสิโนออนไลน์ด้วยแล้วนั้น ผู้เดิมพันควรต้องรู้คำศัพท์เหล่านี้ว่ามีความหมายว่าอย่างไร เพราะถือว่าเป็นคำศัพท์สากลและใช้ภายในบ่อนคาสิโนกันมายาวนาน คำศัพท์เหล่านี้เกิดขึ้นผู้เดิมพันจะ รู้ได้ทันทีว่ากำลังจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ดังนั้นควรทำความรู้จักกับศัพท์ไพ่แบล็คแจ็ค ดังต่อไปนี้

1. Hit

การจั่วไพ่เพิ่ม แต่หากผู้เดิมพันกดปุ่ม Hit แล้วจะทำให้ผู้เดิมพันได้รับไพ่มาเพิ่มอีก 1 ใบ เพื่อที่จะเพิ่มแต้มในมือของผู้เล่น ให้ใกล้ 21 แต้มมากขึ้น โดยกรณีนี้ไพ่ของผู้เดิมพันจะต้องมีแต้มน้อยกว่า 21 แต้ม ผู้เดิมพันจึงจะสามารถกดปุ่มเรียกไพ่เพิ่มได้

แต่ไพ่ของเจ้ามือ จะมีข้อจำกัดไว้ว่าไพ่ทั้ง 2 ใบของเจ้ามือถ้าเท่ากับ 16 แต้ม หรือต่ำกว่า 16 แต้ม นั้นเจ้ามือจะต้องจั่วไพ่ แต่ถ้าไพ่ของเจ้ามือ 17 แต้ม หรือมากกว่า 17 แต้ม จะไม่สามารถจั่วไพ่ได้

2. Stand

คือการพัก หรือ ขอหยุดไพ่ เพราะแต้มที่ได้เป็นที่น่าพอใจแล้ว หรือผู้เดิมพันได้ครบ 21 แต้ม แบบจั่วไพ่หลายใบผู้เดิมพันจึงขอ Stand สำหรับความหมายของคนไทยหมายถึงการอยู่ หรือการพอแล้ว

3. Double Down

รูปแบบของการเพิ่มวงเงินเดิมพันมากขึ้น โดยเป็นการวางเดิมเงินพันหลังจากเจ้ามือทำการการแจกไพ่ครบ 2 ใบ ให้กับผู้เดิมพันจนครบรอบวง ถ้ามั่นใจผู้เดิมพันว่าไพ่ไพ่ที่ถือคะแนนที่ดี และสามารถชนะเจ้ามือได้ ก็สามารถเพิ่มวงเงินเดิมพันให้สูงได้ โดยการเพิ่มวงเงินเดิมพันให้สูงถึง 2 เท่าของยอดเงินที่ลงในครั้งแรกเท่านั้น ซึ่งหลังจากกด Double Down แล้วดีลเลอร์จะแจกไพ่เพิ่มให้อีกเพียง 1 ใบเท่านั้น

4. Split

การขอเจ้ามือแยก ไพ่ออกเป็น 2 ขา ส่วนมากจะเกิดจากพ่ 2 ใบแรก มีแต้มเท่ากัน แต่ถ้าผู้เดิมพันมีแต้มอื่น ที่ไม่ใช่แต้มที่เท่ากันแต่ต้องการ Split หรือ แยกออกเป็น 2 ขา สามารถทำได้ เช่นกัน เมื่อผู้เดิมพันแยกไพ่ออกแล้ว ไพ่ที่ถือจะเป็นไพ่ 2 ชุด ผู้เดิมพันสามารถเรียกไพ่ได้อีก ไม่อั้นจนกว่าจะครบ 21 แต้ม หรือได้แต้มที่ใกล้เคียง 21 แต้ม ทั้ง 2 ชุด

5. Surrender

การหมอบ เมื่อผู้เดิมพันรู้สึกว่าไพ่ในมือ จะแพ้ให้กับเจ้ามือ หรือเป็นไพ่ได้แต้มเกินไปกว่า 21 แต้มแล้ว ซึ่งไม่มีทางที่จะชนะเจ้ามือได้ ผู้เดิมพันสามารถทำการ Surrender ได้ทันที เพื่อทำให้ผู้เดิมพันทั้งวงรู้ว่ายอมแพ้แล้ว

6. Insurance

การประกันเงินเดิมพันไม่ให้เสียไปทั้งหมด มักเกิดขึ้นในกรณีที่ผู้เดิมพันรู้สึกว่าทาง ฝ่ายเจ้ามือมีโอกาสแบล็คแจ็คได้มากกว่า เพราะการเล่นแบล็คแจ็คส่วนใหญ่แล้วนั้น เจ้ามือมักจะเป็นผู้เปิดไพ่ 1 ใบเพื่อลุ้นผล และการเปิดไพ่ใบนี้จะต้องเปิดให้ผู้เดิมพันทั้งวงเห็นด้วย

LINK